เรื่องราวรถไฟรุ่นใหม่

วันนี้เรากำลังอยู่เรื่องราวของรถไฟไทยกันอย่างต่อเนื่องเลย แน่นอนว่า แอดมินได้นำเรื่องราวดีๆนำมาฝากทุกๆท่านเช่นเคยแน่นอน อย่างที่บอกกันไปว่า ตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยก็ได้นำเสนอสิ่งใหม่มาให้ทุกท่าน กับรถไฟรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับในการเดินรถแบบเชิงพาณิชย์ ที่ต้องบอกเลยว่าครั้งนี้จัดมาอย่างยิ่งใหญ่และจัดเต็มด้วยเส้นทางเปลี่ยนใหม่พร้อมด้วยการบริการที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเลยทีเดียว แน่นอนเพื่อประชาชนมีความสะดวกสบายดียิ่งขึ้นไปอีกด้วย อีกทั้งยังมีการเดินรถไฟรุ่นใหม่ล่าสุดใหม่แกะกล่องสดใหม่โดนใจทุกคนอย่างแน่นอน เรามาพูดถึงเรื่องเส้นทางกันก่อนก็จะเดินรถไปทั้ง 4 สายด้วยกัน สายแรก อุตราวิถี เส้นทางระหว่างกรุงเทพ เชียงใหม่  สายที่สอง อีสานวัฒนา เดินรถระหว่างกรุงเทพ อุบลราชธานี สายที่สามที่เดินทางตั้งแต่กรุงเทพ-หนองคาย ที่มีชื่อว่า อีสานมรรคา และ สายสุดท้าย สายทักษิณารัถย์ เส้นทางที่เดินรถ ระหว่างกรุงเทพ –หาดใหญ่ โดยเปิดให้บริการไปที่เรียบร้อย ตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยภายในโบกี้ก็ตกแต่งได้อย่างสวยงามเป็นอย่างมาก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยครบครันเป็นอย่างยิ่ง  ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำที่ใช้ระบบสุญญากาศ ระบบกันสะเทือนแบบรถไฟความเร็วสูง ระบบทีวีแจ้งเตือน พร้อมยังมีบริการปลั๊กไฟทุกที่ พร้อมด้วยทีวีส่วนตัวสำหรับผู้โดยสารชั้นที่ 1 ยังมีบริการอาหารที่สามารถเดินเลือกไปเลือกซื้อได้จากตู้เสบียง แน่นอนว่ามีทั้งอาหารและของทานเล่นให้เลือกอย่างมากมาย โดยจะปิดบริการจนถึง 4 ทุ่ม นี่คือเรื่องราวของรถไฟก็คงจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อย แต่ถ้ามีโอกาสเดินทางไปเที่ยวก็อย่าลืมแวะใช้บริการของรถไฟกันนะครับ

เส้นทางรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 ตอน 2

หลังจากที่มีการสร้างทางรถไฟสายอีสานแล้วถึงคราวการก่อสร้างทางรถไฟสายภาคเหนือ และเนื่องด้วยพื้นที่ภาคเหนือเป็นพื้นที่ภูเขาสูงแตกต่างจากบริเวณสายภาคอีสานซึ่งเป็นพื้นที่ราบสูงและมีเพียงพื้นที่บริเวณกลางดงเท่านั้นเป็นภูเขา เส้นทางรถไฟสายเหนือจึงมีความยากมากในการก่อสร้าง เส้นทางสายภาคเหนือเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2444 โดยเส้นทางแรกขึ้น ชุมทางบ้านภาชี-ลพบุรี ระยะทาง 43 กิโลเมตร โดยการสร้างเส้นทางรถไฟสายภาคเหนือนั้นจะสิ้นสุดที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยการเส้นทางรถไฟภาคเหนือและภาคอีสานนั้นจะผ่านเส้นทางจุดเดียวกันคือ ชุมทางบ้านภาชี จากนั้นเส้นทางรถไฟสายเหนือจะแยกขึ้นไปทางเหนือคือสถานีลพบุรี โดยเส้นทางดังกล่าวเริ่มก่อสร้างและเปิดเส้นทางเรื่อยๆมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2448 โดยเริ่มก่อสร้างตามเส้นทางที่รถไฟสามารถผ่านได้ จุดที่สร้างยากที่สุดคือเส้นทางสายลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าดิบชื้นและภูเขาสูง ยากต่อการสร้างซึ่งต้องใช้เวลานาน บางจุดต้องใช้การก่อสร้างแบบอุโมงค์เนื่องจากการสร้างสะพานข้ามเขาค่อนข้างยากและเสี่ยงต่อการถล่มเนื่องจากน้ำฝนและน้ำป่าได้ โดยเฉพาะการสร้างอุโมงค์อย่าง อุโมงค์ขุนตาน ซึ่งใช้เวลาการก่อสร้างนานถึง 11 ปี เพื่อใช้ในการเดินทางเข้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ เส้นทางรถไฟสายเหนือเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2469 รวมระยะทาง 751 กิโลเมตร ประกอบด้วยสะพาน 5 แห่ง โดยสะพานปรมินทร์มีความยาว 262 เมตรซึ่งยาวที่สุด และอุโมงค์อีก 7 แห่ง ได้แก่ อุโมงค์ปางตูบขอบ, อุโมงค์เขาพลึง, อุโมงค์ห้วยแม่ลาน, อุโมงค์ขุนตาน […]

เส้นทางรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 ตอน 1

รถไฟไทยเริ่มมีการขยายเส้นทางมากขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งเส้นทางนำเสด็จของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแรกเริ่มนั้นคือเส้นทาง กรุงเทพ ถึง อยุธยา ต่อมาหัวรถจักรไอน้ำแบบใหม่ถูกนำเข้ามาในประเทศไทยชื่อว่า หัวรถจักรไอน้ำ ดู๊บส์ เป็นหัวรถจักรชนิด ล้อ 2-4-0 เป็นหัวรถจักรที่ใช้ลากจูงขบวนรถไฟพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในการเสด็จพระราชดำเนินในวัน “ปฐมฤกษ์รถไฟหลวง” ในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ซึ่งเป็นการเปิดเส้นทางรถไฟสายต่างๆในไทยนับแต่นั้น และเริ่มเปิดบริการขนส่งประชาชน พ่อค้า ใช้โดยสารในเชิงพาณิชย์ เส้นทางรถไฟไทยเริ่มขยายเส้นทางมากขึ้นโดยในวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2440 ได้เปิดเส้นทางเดินรถจากอยุธยาถึงสถานีแก่งคอย ระยะทาง 53 กิโลเมตร ต่อมาขยายส่วนต่ออีกจากสถานีแก่งคอยสู่สถานีมวกเหล็ก หลังจากนั้นเริ่มมีการขยายเส้นทางเข้าสู่ภาคอีสานเข้าไทย โดยการก่อสร้างมาถึงสถานีกลางดงซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นป่าดิบชื้น มียุงพาหะของโรคไข้มาเลเลีย ทำให้คนงานสังเวยชีวิตจำนวนมาก ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวถูกเรียกว่าดงพญาไฟและมีความเชื่อของชาวบ้าน ทำให้เมื่อตัดต้นไม้ใหญ่ต้องทำพิธีและอัญเชิญตราแผ่นดินประทับตามต้นไม้ที่ถูกโค่น การก่อสร้างจึงถูกดำเนินเรื่อยๆมาและในที่สุดวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 เส้นทางรถไฟสายอีสานแห่งแรกเปิดทำการ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถเสด็จเปิดการเดินรถจากกรุงเทพถึงนครราชสีมา และได้เสด็จโดยขบวนรถไฟพระที่นั่งประพาสจังหวัดนครราชสีมาด้วย โดยเส้นทางรถไฟสายอีสานจากกรุงเทพ – นครราชสีมา นั้นใช้งบประมาณทั้งสิ้น 17,585,000 บาท

หัวรถจักรไอน้ำไทยคันแรก

ในช่วงยุคแรกเริ่มของรถไฟไทยนั้น เส้นทางสายแรกของรถไฟไทยคือ สายกรุงเทพ – สมุทรปราการ ในสมัยนั้นรถไฟจะขับเคลื่อนได้จากหัวรถจักรไอน้ำ ขับเคลื่อยโดยพลังงานจากถ่านหินเท่านั้น รถไฟหัวจักรไอน้ำถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1768 โดย เจมส์ วัตต์ นักประดิษฐ์ชาวอังกฤษได้มีการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำขึ้น ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการเดินทางระยะทางไกล และการใช้สัตว์เป็นพาหนะเดินทางค่อยข้างใช้เวลานานมาก เริ่มแรกรถจักรไอน้ำยังไม่มีการใช้รางมาเป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะใช้เฉพาะรถจักรไอน้ำเท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นมีปัญหาด้านการขนส่งซึ่งไม่สามารถบรรทุกของน้ำหนักมากได้โดยเฉพาะถ่านหิน ต่อมาจอร์จ สตีเฟนสัน ได้มีการคิดค้นระบบรางขึ้นมาและปรับปรุงล้อรถจักรใหม่โดยใช้เป็นล้อเหล็กที่สามารถวิ่งบนรางได้โดยเฉพาะ ในปี 1814 สตีเฟนสัน ได้พัฒนารถจักรไอน้ำให้มีความเร็วมากขึ้น ซึ่งสามารถวิ่งความเร็วได้ 8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 30 ตัน รถจักรไอน้ำเริ่มมีการพัฒนาและนิยมมากในอังกฤษ โดยรัฐบาลอังกฤษเล็งเห็นว่าการขนส่งโดยรถไฟจะสามารถทำความเร็วได้มากกว่าม้า และเดินทางระยะไกลได้ การขนส่งทางรถไฟจึงเริ่มขึ้นในปี 1826 ระหว่างเมืองแมนเชสเตอร์ ถึงเมืองลิเวอร์พูล รถไฟไอน้ำคันแรกของไทย ถูกเรียกว่า รถไฟเล็กวิคตอเรีย รถไฟหัวจักรไอน้ำคันแรกของไทยที่นำเข้ามาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดยควีนวิคตอเรียได้ให้ราชทูตอังกฤษนำมาถวายเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2398 และในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดรถไฟสายแรกของไทย จากกรุงเทพ – สมุทรปราการ หรือเรียกว่า […]

อุโมงค์ขุนตาน

อุโมงค์ขุนตานเป็นอุโมงค์แห่งหนึ่งของไทยใช้สำหรับเส้นทางรถไฟสายภาคเหนือ อุโมงค์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 แล้ว อุโมงค์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับเส้นทางเดินของรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นใช้สำหรับโดยสารและขนส่งสินค้า อุโมงค์สำหรับทางเดินรถไฟนี้เป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และมีจำนวนทั้งสิ้น 7 อุโมงค์รวมความยาวแล้ว 1,352.15 เมตร อุโมงค์ขุนตาน ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ระหว่างอำเภอ ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง กับอำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน โดยเริ่มก่อสร้างในปี  พ.ศ. 2450 และเสร็จในปี พ.ศ. 2461 ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 11 ปี โดยมี พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยาการ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธินเป็นผู้บัญชาการ และ เอมิล ไอเซนโฮเฟอร์ นายช่างชาวเยอรมันเป็นผู้ควบคุมการก่อสร้างทั้งหมด พื้นที่ช่วงบ้านขุนตานในช่วงเวลาก่อสร้างนั้นระหว่างการก่อสร้างคนงานต้องประสบปัญหาหลายด้านในการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้ป่า เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าทึบ มีผาสูงและหินที่แข็งมาก ยากต่อการก่อสร้างโดยเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอาหารต้องถูกบรรทุกเกวียนขึ้นไป รวมถึงต้องใช้รอกขนส่งขึ้นไปอีก สำหรับการทำอุโมงค์นั้นใช้วิธีการเจาะเป็นรูเล็กๆและใช้ระเบิดไดนาไมต์ขึ้นเป็นรูขนาดใหญ่ ซึ่งการก่อสร้างนั้นต้องใช้วิธีการเจาะแบบบรรจบกัน โดยการขุดเจาะดังกล่าวใช้เวลานานถึง 8 ปี และสำหรับหินขนาดใหญ่จะใช้วิธีสุมไฟให้ร้อนและใช้น้ำราดหินก็จะแตกเป็นเสี่ยงๆ การก่อสร้างอุโมงค์ต้องใช้ความพยายามอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการขนส่งรางรถไฟที่ต้องผ่านหน้าผาถึงสามแห่ง ปัจจุบันอุโมงค์ขุนตานถือว่าเป็นอุโมงค์ลอดทางรถไฟที่เก่าแก่มากของไทย

ประวัติสถานีรถไฟกรุงเทพฯ

  สถานีรถไฟกรุงเทพ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า สถานีหัวลำโพง เป็นสถานีรถไฟหลักของประเทศไทย และเป็นสถานีที่มีความเก่าแก่มากที่สุดอีกด้วย โดยสถานีกรุงเทพนั้นก็ได้สร้างขึ้นเมื่อในสมัยของ รัชกาลที่ 5 ในปี พ.ศ. 2453 และได้เปิดใช้งานจริงๆ เมื่อปี พ.ศ. 2459 น่นเอง โดยสถานีรถไฟหัวลำโพงนั้นก็จะมีทางเชื่อมที่เป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ดูกลมกลืนกับสถานีกรุงเทพ อีกด้วยนั่นเอง สถานีรถไฟกรุงเทพนั้น มีรถไฟวิ่งเข้าวิ่งออกจำนวนมากกว่า 200 ขบวนต่อวัน โดยจะมีผู้สารมากมายมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ของประเทศไทย สถานีรถไฟกรุงเทพก็จะมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมากเช่นกัน ตัวอาคารของสถานีรถไฟกรุงเทพนั้น ก็จะเป็นรูปแบบคล้ายๆ โดมทรงสูง โดยจะมีจำนวน 1 ชั้นครึ่งด้วยกัน โดยบริเวณสถานนีนั้นก็จะมีร้านอาหารไว้ให้บริการเป็นจำนวนมาก มีทั้งขนม เครื่องดื่ม ผลไม้ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยภายในนั้นก็จะถูกออกแบบเป็นลักษณะเก่าๆ  ให้คงสภาพเดิมเอาไว้ โดยภายนอกของสถานีรถไฟกรุงเทพนั้น จะมีนาฬิกาอันกลมๆ อันใหญ่วางไว้อยู่ด้านหน้าของโดมอาหาร ทำให้ผู้ที่ผ่านมาผ่านไปนั้น ก็ได้เวลาอย่างชัดเจนนั่นเอง ซึ่งสถานีรถไฟกรุงเทพนั้น ก็จะออกแบบโดยมีสถาปัตยกรรมแบบโบราณของกรีก – โรมัน จุดเด่นของสถานนี้นั้น ก็คือการที่กระจกสีที่ช่องระบายอากาศ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังนั้น ซึ่งก็ประดับไว้อย่างสวยและลงตัวมากที่สุด และจุดเด่นของสถานีกรุงเทพอีกอย่างหนึ่งก็คือด้านซ้ายและด้านขวาของสถานี […]

ประวัติรถไฟสายมรณะ

  ทางรถไฟสายมรณะ หรือ ทางรถไฟสายพม่า ซึ่งเป็นทางรถไฟสายกาญจบุรี โดยรถไฟสายนี้นั้นก็เริ่มต้นจากสถานีชุมทางหนองปลาดุก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โดยจะวิ่งผ่านจังหวัดกาญจบุรีข้ามสะพานแม่น้ำแควโดยจะวิ่งไปสุดแถว ด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อให้ถึงปลายทางทีเมืองทันบูซายัด ของประเทศพม่านั่นเอง ซึ่งรถไฟสายนี้นั้นก็มีประวัติกันอย่างยาวนาน โดยได้สร้างขึ้นเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยรัฐบาลญี่ปุ่นนั้นได้ขอยืมเงินจากประเทศไทย จำนวน 4 ล้านบาทใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างจำนวน 1 ปีด้วยกัน เพื่อเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ผ่านประเทศพม่า ทางรถไฟสายนี้นั้นก็ยังเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงเหตุกาณ์สงครามโลกในครั้งนั้นอีกด้วย  รถไฟสายมรณะนั้นที่ได้ชื่อนี้มา ก็เป็นเพราะว่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เกณฑ์เชลยศึกฝ่ายพันธมิตร ได้แก่ ทหารอังกฤษ อเมริกัน ออสเตรเลีย อฮอลันดา และ นิวซีแลนด์ โดยประมาณ 6 หมื่นกว่าคน และรวมไปถึงกรรมกรชาวจีน ญวร ชวา มลายู พม่า และดินเดียวอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อที่จะได้มาสร้างรถไฟสายนี้กัน โดยการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควนั้นการก่อสร้างในตอนนั้นก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทำให้ทหารที่ก่อสร้างอดอาหาร และล้มตายกันไปในที่สุด  หลังจากที่สิ้นสุดสงครามในครั้งนั้น รัฐบาลไทยก็ยอมจ่ายเงินจำนวน 50 ล้านบาทเพี่อที่จะได้ซื้อเส้นทางรถไฟสายนี้ จากประเทศอังกฤษ และก็ได้ทำการซ่อมบำรุงของเส้นทางดังกล่าว เพื่อใช้ในการเดินทางไปยังสถานีน้ำตกในปัจจุบันนั่นเอง เอาเป็นว่าเส้นทางรถไฟสายมรณะนี้นั้นก็เป็นอีกหนึ่งอนุสรณ์ของโลกที่ได้ถูกจารึกไว้ […]

รถไฟรุ่นใหม่ระดับ เฟิร์สคลาส

   การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นก็ได้มีการพัฒนาเกี่ยวกับตู้รถไฟกันแล้นะครับ โดยได้เปิดตัวขบวนรถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คันด้วยกัน เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น โดยจะมาเอาไว้ใช้ในการเดินทางในระยะไกล อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าการเดินทางด้ายรถไฟนั้นถือเป็นการเดินทางที่สะดวกที่สุด และมีความปลอดภัยเป็นอย่างมากนั่นเอง นับมาตั้งแต่มีรถไฟในประเทศไทยนั้น ก็ไม่ค่อยจะมีการพัฒนาเกี่ยวกับรถไฟสักเท่าไร เพราะว่าที่ผ่านๆ มานั้นการเดินทางด้วยรถไฟถือเป็นการเดินทางที่ไม่ค่อยจะโอเคสักเท่าไร ไหนจะมีกลิ่นห้องน้ำ ผู้คนเยอะจนทำให้ขบวนรถนั้นแออัด จนทำให้หลายๆ คนนั้นไม่ค่อยโอเคก็นับได้ว่าเป็นระยะเวลามากกว่า 20 ปีที่การรถไฟมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งใหม่ๆ เหมือนกับเป็นการคืนความสุขให้กับผู้โดยสาร ซึ่งการที่รถไฟไทยนั้นมีรถนอนรุ่นใหม่จำนวน 115 คันนั้นก็เปิดให้เดินทางกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเสียงตอบรับจากผู้โดยสารก็ดีเกิดคาด เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของรถไฟขบวนนี้นั้นก็ทำให้หลายๆ คนต่างชื่นชอบเป็นอย่างมากนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ตู้โดยสาร หรือแม้กระทั้ง ตู้เสบียง ก็ถือทำออกมาได้ดีเกิดคาด รถโดยสารทั้ง 115 คันนั้น ก็ผลิตโดยบริษัท CNR Changchun Railway Vehicles Co.,Ltd จากประเทศจีน โดยรถรุ่นนี้นั้นก็สามารถที่จะรองรับความเร็วได้มากถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงด้วยกัน ถ้าหากใครอยากจะไปสัมผัสกับขบวนรถพิเศษนี้นั้น ก็สามารถที่จะเดินทางได้ 4 เส้นทางกันนะครับได้แก่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย และ ชุมทางหาดใหญ่ […]

รถไฟตู้นอนชั้น 1 สุดแสนจะสบาย

  ประเทศไทยการเดินทางด้วยรถไฟนั้นก็ยังถือได้ว่ายังไม่ค่อยได้พัฒนาไปสักเท่าไรนะครับ โดยการเดินทางในแต่ละครั้งเกิดความล่าช้าอยู่ตลอด แถมยังทำให้เสียเวลาอีกด้วย แต่ยังไงกตามนั้น รถไฟไทย ก็ยังมีประเภทตู้ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารอีกด้วยนะครับ โดยการเดินทางด้ายรถไฟตู้นอนชั้น 1 นั้นก็จะทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นไปได้ด้วยดี รถนอนปรับอากาศชั้น 2 (บนอ.ป) ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยใช้กันอยู่ในทุกวันนี้นั้นก็จะผลิตโดยจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งก็จะมีการใช้งานทั้งสิ้นจำนวน 22 คันด้วยกัน โดยในรถหนึ่งขบวนนั้นก็จะมีทั้งหมด 12 ห้องห้องละ 2 เตียง ลักษณะของห้องนอนนั้นก็จะถูกวางในแนวขวางกับตัวรถ โดยจะมีลักษณะเป็นม้ายาว ในแต่ละห้องนั้นก็จะมีประตูที่สามารถเชื่อมต่อหากันได้ และในแต่ละห้องนั้นก็จะมีห้องน้ำส่วนตัวไว้ให้บริการอีกด้วย เมื่อถึงเวลาใกล้นอนแล้วก็จะมีพนักงานของการรถไฟนั้นมาทำการปูที่นอนให้ ซึ่งจะแยกเป็นเตียงชั้นบนและชั้นล่าง โดยจะมีอุปกรณ์เครื่องนอนไว้ให้บริการกันอย่างครบครันเลยทีเดียว ซึ่งการนอนนั้นก็จะสามารถที่จะดับไฟได้ตลอดเวลานับได้ว่าเป็นห้องนอนส่วนตัวจริงๆ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกนั้น สำหรับตั๋วโดยสารชั้นที่ 1 ก๋ขะใร Lounge พักผ่อนก่อนขึ้นขบวนรถที่สถานีกรุงเทพ เชียงใหม่ อุบลราชธานี หนองคาย และ หาดใหญ่ซึ่งในแต่ละเที่ยวนั้นก็จะมีเครื่องดื่มและขนมไว้ให้บริการอีกด้วยนั่นเอง โดยถือว่าขบวนนี้เป็นการนั่งรถไฟที่จะสบายเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะจะมีห้องน้ำส่วนตัว มีเครื่องทำน้ำอุ่นและอื่นๆ อีกมายกมาย ซึ่งหลายๆ คนที่ได้สัมผัสมาแล้วนั้นก็บอกกันเป็นแถวว่า สบายเป็นอย่างมากนั่นเอง

ประเภทของรถไฟไทย

  รถไฟไทยนั้นก็มีมากมายหลากหลายประเภทนะครับ โดยไม่ว่าจะขึ้นเหนือลงใต้ออกอีสานวิ่งตะวันตก ก็จะมีขบวนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งถ้าสายระยะทางที่ใกล้นั้นก็จะไม่เน้นขบวนที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสักเท่าไร แต่ถ้าสายไกลๆ เช่น สายเหนือ สายใต้ ก็จะมีตู้อาหารไว้ให้บริการอีกด้วย โดยในวันนี้เราจะมาจำแนกประเภทของรถไฟไทยกันนะครับ รถไฟไทยนั้นก็แบ่งออกเป็นหลากหลายประเภทนะครับ โดยมีดังต่อไปนี้ 1. ขวบนรถด่วนพิเศษ ก็จะเป็นรถรางดีเซลปรับอากาศ ที่จะใช้ไว้เดินทางในระยะไกลและจะหยุดในสถานีที่สำคัญๆ เท่านั้น โดยรถไฟประเภทนี้นั้นก็จะแบ่งออกเป็น 2 ชั้นด้วยกัน ก็คือ ชั้น 1 จะเป็นรถนอนปรับอากาศ ส่วนชั้นที่ 2 นั้น ก็จะมีทั้งปรับอากาศ และ ปรับอากาศ ขึ้นอยู่กับผู้โดยสารที่เลือกนั่นเอง 2. ขบวนรถด่วน ขบวนรถด่วนนั้น ก็จะเป็นขบวนรถด่วนดีเซล เป็นรถที่จะจัดเอาไว้เดินทางระยะไกลๆ นั่นเอง โดยจะหยุดแต่สถานีที่สำคัญๆ เท่านั้น ซึ่งขบวนนี้นั้นก็จะมีตู้คล้ายๆ กับขบวนด่วนพิเศษนั่นเอง แต่จะมีชั้น 3 เพิ่มมาด้วยก็คือนั่งอย่างเดียว ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกอะไรให้เลย 3. ขบวนรถเร็ว เป็นขบวนรถระยะไกล แต่จะหยุดแทบทุกป้าย ซึ่งการเดินทางด้ายขบวนรถนี้นั้นก็อาจจะทำให้ล่าช้าไปมากเช่นกัน 4. ขบวนรถธรรมดา ซึ่งก็จะเป็นรถดีเซลราง ที่จะจัดเดินทางไปยังภูมิภาคต่างๆ […]